นายสมเกียรติ อินทรคำ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเกิดเหตุภัยพิบัติฉุกเฉินโดยเกิดเหตุวาตภัย จากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรง ประกอบกับมีร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านตอนบน ทำให้ฝนตกชุกและคลื่นลมแรงจนสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินของราษฏร การเกษตรและสิ่งสาธารณประโยชน์ ในหลายพื้นที่ของจังหวัดพังงา ตั้งแต่วันที่ 13 -17 มิ.ย. ที่ผ่านมา จึงอาศัยอำนาจตามข้อ 20 วรรคท้าย ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2556 ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาจึงประกาศให้พื้นที่ 19 ตำบลใน 6 อำเภอเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือเป็นกรณีเร่งด่วน ประกอบด้วย อำเภอท้ายเหมือง ในพื้นที่ หมู่ที่ 1,3,4,6,9 ตำบลท้ายเหมือง หมู่ที่ 3,4,5 ตำบลลำแก่น หมู่ที่ 1,2,4,5,6 ตำบลลำภี หมู่ที่7 ตำบลบางทอง หมู่ที่ 1,2,3,4,5,6,7,8,9 ตำบลทุ่งมะพร้าว อำเภอทับปุดในพื้นที่ หมู่ที่ 1,3,4,8 ตำบลบ่อแสน อำเภอตะกั่วทุ่ง
ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลกระโสม หมู่ที่ 7 ตำบลโคกกลอย หมู่ที่ 4 ตำบลถ้ำ อำเภอตะกั่วป่า ในพื้นที่ หมู่ที่ 2,3,4,5,6,7 ตำบลบางนายสี หมู่ที่ 1,8 ตำบลโคกเคียน หมู่ที่ 2,3,4,6 ตำบลบางม่วง หมู่ที่ 1,2,3,5,6,7 ตำบลคึกคัก หมู่ที่ 3 ตำบลเกาะคอเขา หมู่ที่ 5 ตำบลบางไทร อำเภอคุระบุรีในพื้นที่ หมู่ที่ 1,2,3,6,7,8,9,12 ตำบลคุระ หมู่ที่ 1,3,4,5,6 ตำบลแม่นางขาว หมู่ที่ 1,2,3,6 ตำบลบางวัน หมู่ที่ 1,2,3,4 ตำบลเกาะพระทอง
สถานการณ์ล่าสุดจากเหตุการณ์ที่มีคลื่นสูงระดับ 2-5 เมตรซัดเข้าถล่มชายฝั่งทะเลอันดามันในช่วง 3วันที่ผ่านมานั้นสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินสาธารณะประโยชน์และทรัพย์สินของผู้ประกอบการร้านค้า รีสอร์ตและธุรกิจการท่องเที่ยวต่างๆรวมถึงชาวประมงพื้นบ้านตั้งแต่พื้นที่ม.7 ชายหาดเขาปิหลาย ต.โคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง เป็นแนวยาวตลอดชายฝั่งไปจนถึงตำบลเกาะพระทองอำเภอคุระบุรี รวมระยะทางกว่า 100 กิโลเมตรพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือบริเวณชายหาดเขาหลัก ตำบลคึกคักยาวไปถึงตำบลเกาะคอเขา
ที่มา พิมพ์ไทย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น