วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เผยผลผ่าพิสูจน์วาฬบรูด้าพบช็อกตายเฉียบพลัน คาดติดอวนเรือประมง
                                           
ผลการผ่าพิสูจน์ซากวาฬบรูด้าที่ขึ้นมาเกยตื้น บริเวณป่าโกงกางชายฝั่งทะเล จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2557 ที่ผ่านมา พบว่าเกิดจากอาการช็อกตายแบบเฉียบพลัน และบริเวณลำตัวมีรอยรัด คาดว่าเกิดจากอวนของเรือประมง

วันนี้ (3 ก.ค.2557) ที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกับ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการแถลงข่าวรายงานผลการผ่าพิสูจน์ซากวาฬบรูด้า ที่ขึ้นมาเกยตื้นบริเวณป่าโกงกางชายฝั่งทะเล ต.แหลมฟ้าผ่า จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2557 ที่ผ่านมา 
รศ.สพญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า วาฬบรูด้าตัวดังกล่าวเป็นเพศผู้ อายุไม่เกิน 10 ปี มีขนาดลำตัวยาว 11.27 เมตร น้ำหนักตัวประมาณ 8 ตัน โดยพบผิวหนังภายนอกลอกหลุดและมีรอยรัดบริเวณลำตัว 4 รอย โดยรอยรัดที่พบบริเวณครีบอกเกิดขึ้นก่อนวาฬตาย เนื่องจากพบรอยช้ำที่เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ ส่วนรอยรัดบริเวณด้านหลังคาดว่าเกิดขึ้นหลังจากที่วาฬตายแล้ว
ส่วนระบบผิวหนังของวาฬบรูด้า มีเลือดในลักษณะของรอยช้ำที่เกิดจากการกระแทกด้วยของแข็งหรือของมีคม ระบบทางเดินอาหารพบว่ามีอาหารอยู่เต็มกระเพาะ ไม่มีสิ่งแปลกปลอมในลำไส้ และปอดอยู่ในสภาพปกติ แต่ในส่วนของหัวใจพบว่าหดเกร็งและไม่พบเลือดภายในหัวใจ สันนิษฐานว่าอาจช็อกตายแบบเฉียบพลัน ผิดธรรมชาติ และภาวะช็อกที่เกิดขึ้นในวาฬบรูด้ากรณีนี้ คาดว่าเกิดจากวาฬอาจไม่ชินที่ต้องอยู่ในสภาพที่ถูกอวนรัด จนเกิดความเครียดจากการดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากอวน จึงทำให้ช็อกและเสียชีวิตในที่สุด รศ.สพญ.ดร.นันทริกา กล่าว
ส่วนการกำจัดซากวาฬบรูด้า นายนพพล ศรีสุข อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า เบื้องต้นจะทำการย่อยสลายโดยการชำแหละชิ้นเนื้อให้เป็นชิ้นเล็ก และส่งชิ้นเนื้อไปตรวจสอบก่อนว่ามีพิษหรือไม่ หากไม่มีพิษคาดว่าจะดำเนินการโดยจ้างเอกชนนำไปเผาทำลาย ซึ่งคิดว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด และทั้งนี้หากพบว่าการตายของวาฬบรูด้าเป็นการกระทำของมนุษย์ ก็จะต้องหาหลักฐานมาประกอบ จึงอยากจะวิงวอนให้ผู้ประกอบการเฝ้าระวังและเห็นความสำคัญของสัตว์น้ำเหล่านี้ และอยากขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรือประมง ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเล ให้พยายามหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้วาฬ โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้สั่งการให้ทีมงานทุกหน่วยทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ตรวจสอบปัญหาและสาเหตุ หรือการทำประมงที่อาจส่งผลกระทบกับสัตว์น้ำ
อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุอีกว่า จากการสำรวจปัจจุบันพบวาฬบรูด้าในอ่าวไทยตอนบนอย่างน้อย 45 ตัว และวาฬบรูด้าถือเป็นสัตว์ประจำถิ่นอ่าวไทยตอนบน พบได้ตั้งแต่บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ ชายฝั่งทะเล จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรสงคราม จนถึง จ.เพชรบุรี ห่างจากฝั่ง 4-30 กม. โดยจะพบวาฬบรูด้าได้เกือบตลอดทั้งปี 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น