หมอชี้ แมงมุมบ้านมีพิษ-แต่ไม่รุนแรง วอนประชาชนอย่าแตกตื่น พร้อมแนะนำวิธีดู-พิสูจน์ เผยพันธุ์ที่พิษร้ายแรงมาจากต่างประเทศ คาดที่โดนกัดอาจมาจากคนเลี้ยงไว้ทำหลุดหรือปล่อย ระบุหากถูกกัดแล้วมีตุ่มบวมแดงหรือมีอาการทางระบบหายใจ ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน ชี้แมงมุมจะกัดเฉพาะเวลาตกใจเท่านั้น เตือนหลังถูกแมงมุมกัดไม่ควรนวดประคบร้อน เพราะทำให้พิษกระจายเร็วขึ้น ส่วนเหยื่อถูกกัดที่แพร่ยังอาการโคม่า หมอสั่งเฝ้าดูอาการ
จากเหตุนายอุทัย เวียงคำ อายุ 46 ปี ชาวบ้านใน ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ถูกแมงมุมสีน้ำตาลกัดที่หลังเท้าและขาทั้ง 2 ข้าง ก่อนแผลจะเน่าติดเชื้อลุกลามและพิษกระจายไปทั่วร่างกาย ญาตินำตัวส่งร.พ.แพร่ และอาการยังโคม่า ล่าสุดแพทย์ตัดสินใจจะตัดขาคนไข้ทิ้ง เพื่อสกัดเชื้อไม่ให้ลุกลาม แต่ญาติไม่ยินยอม
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 21 ก.ค. แพทย์ร.พ.แพร่ ยังคงเฝ้าติดตามอาการนายอุทัย อย่างใกล้ชิด โดยยังพักฟื้นอยู่ภายในห้อง ไอซียูและห้ามเข้าเยี่ยม เนื่องเกรงอาจติดเชื้อ ซึ่งนายอุทัยยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและมีอาการไตวาย แพทย์ต้องใช้วิธีฟอกไตและฟอกเลือดอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีอาการเนื้อตาย โดยเฉพาะบริเวณขาขวาที่ถูกแมงมุมกัดและเริ่มมีสีเขียวคล้ำ
นพ.ปิติ ทั้งไพศาล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ผู้ป่วยได้รับการดูแลจากแพทย์เป็นอย่างดี ขณะนี้อยู่ที่กำลังใจของ ผู้ป่วยที่ต้องสู้กับพิษของแมงมุม ซึ่งน่าจะมีข่าวดีในการรักษา แพทย์ทุกคนเอาใจช่วยอยู่
นพ.ปิติกล่าวถึงแมงมุมพิษว่า แมงมุมทุกชนิดมีพิษเพื่อใช้ล่าเหยื่อ หากถูกแมงมุมทั่วไปกัดอาการจะคล้ายแมลงกัดต่อย โดยมีอาการปวดบวมร้อน แต่ถ้าถูกแมงมุมพิษกัด ทั้งแมงมุม แม่ม่ายดำและแมงมุมสีน้ำตาล พิษจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง มีเลือดออกตามอวัยวะภายใน ต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้และขาหนีบมีการอักเสบ มีเหงื่อออก ความดันโลหิตสูง บริเวณรอยกัดมีสีเขียวช้ำและมีจุดแดง ส่วนอาการเฉพาะของพิษคือ อ่อนแรง สั่น ปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเกร็ง ท้องแข็ง เป็นอัมพาต ซึมและชักในรายที่แพ้พิษรุนแรง
นพ.ปิติกล่าวอีกว่า ในส่วนของแมงมุม สีน้ำตาล หากถูกกัดจะไม่มีอาการในระยะแรก แต่หลังจากนั้น 3-8 ช.ม.จะเริ่มรู้สึกเจ็บ บวมแดง มีอาการปวด เป็นผื่นอักเสบ แผลเริ่มมี สีดำไหม้ เป็นหนอง ขนาดแผลเส้นผ่าศูนย์ กลาง 1-2.5 ซ.ม. ขอบแผลยกขึ้น ผิวหนังบริเวณที่ถูกกัดเป็นเนื้อตาย เกิดเป็นแผลเป็นขนาดใหญ่ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือนแผลถึงจะหายสนิท แต่ถ้าบางรายที่พิษเข้าสู่กระแสโลหิต ผู้ป่วยอาจมีอาการปัสสาวะขัด โลหิตจาง เป็นไข้ ตัวเขียว และอาจเสียชีวิตได้
นพ.ปิติกล่าวต่อว่า ถ้าโดนแมงมุมสีน้ำตาลกัด ผู้ป่วยต้องห้ามนวดและประคบร้อนบริเวณที่ถูกแมงมุมกัดเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้พิษกระจายเร็วขึ้น ข้อควรปฏิบัติต้องรีบล้างทำความสะอาดแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาด ก่อนรีบไปโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านทันที แต่หลังจากแพทย์อนุญาตให้กลับบ้าน ผู้ป่วยต้องติดตามอาการทุกวัน อย่างน้อยเป็นเวลา 4 วันหลังถูกแมงมุมสีน้ำตาลกัด แต่ทางป้องกันที่ดีสุดควรจัดบ้านเรือนให้สะอาด ปัดหยากไย่ไม่ให้มีในบ้าน ควรปัดที่นอน หมอน ผ้าห่มและตรวจสอบที่นอนก่อนนอนทุกครั้ง
"อยากให้มองว่าสัตว์ทุกชนิดในโลกมีความ สำคัญต่อธรรมชาติ เป็นสัตว์ที่ใช้กำจัดแมลงศัตรูพืชได้ด้วย จ.แพร่ มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก ยังมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าและแมลงจึงมีมาก การกำจัดด้วยสารเคมีให้สัตว์เหล่านั้นสูญพันธุ์อาจสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาได้ ดังนั้นควรมองและหาวิธีด้วยความเหมาะสมจะเป็นการดีที่สุดกว่าฆ่าแมงมุมให้หมดไป" นพ.ปิติกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนแมงมุมที่ชาวบ้านพบมีลักษณะคล้ายแมงมุมสีน้ำตาล บริเวณบ้านแม่พวก ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย ซึ่งใกล้กับบ้านของนายอุทัยที่ถูกแมงมุมสีน้ำตาลกัด เจ้าหน้าที่ได้จับแมงมุมตัวดังกล่าวส่งไปตรวจพิสูจน์ที่ร.พ.ศิริราช ว่าเป็นแมงมุมสีน้ำตาลตามที่ชาวบ้านหวาดผวาหรือไม่ ล่าสุดการตรวจสอบแมงมุมตัวดังกล่าว ต้องใช้เวลา 7 วันถึงจะทราบผลการตรวจพิสูจน์
ด้านรศ.พญ.สุภัทรา เตียวเจริญ ภาควิชาปรสิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวถึงพิษของแมงมุมว่า แมงมุมทุกชนิดมีพิษ เพียงแต่จะมากน้อยแตกต่างกัน เพราะเป็นตัวล่าที่ช่วยปรับสมดุลธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม แมงมุมที่มีพิษมากจะพบได้น้อย ส่วนแมงมุมที่พบตามบ้านมีหลายชนิด และไม่เคยพบว่ามีพิษร้ายแรง แมงมุมที่ เป็นข่าวว่ากัดคนอาการสาหัสนั้น น่าจะเป็นแมงมุมมีพิษที่มาจากต่างประเทศ โดยอาจมีคนเลี้ยงไว้แล้วหลุดหรือปล่อยออกมา
รศ.พญ.สุภัทรากล่าวอีกว่า แมงมุมไทย ที่พบตามบ้าน ถ้าถูกกัดแล้วไม่แพ้พิษจะมีอาการปวดบวมเล็กน้อย 1-2 วันก็หาย แต่ถ้ารายใดที่แพ้พิษจะปวดและบวมมาก อีกทั้งมีอาการหอบ หายใจไม่สะดวกและอาจมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น ทำให้ท้องเสีย อาจจะแสดงอาการทันทีหรือใช้เวลาระยะหนึ่งก็ได้ ถ้ามีอาการหนักให้รีบมาพบแพทย์ หากเอาซากแมงมุมที่กัดมาได้จะช่วยให้แยกชนิดพิษได้ด้วย
"ชีววิทยาของแมงมุมอาจอยู่ในบ้านก็ได้ รอบบ้านก็ได้หรือที่รกก็ได้ แต่ตามบ้านที่ สะอาดๆ จะไม่ค่อยพบ เพราะอาหารของแมงมุมคือแมลง แมงมุมไม่ค่อยกัดคน ยกเว้นเวลาตกใจ ดังนั้นเมื่อเจอตัวอาจใช้วิธีกำจัดหรือหลีกเลี่ยงไปก็ได้ ส่วนแมงมุมที่คนนิยมนำมารับประทานกัน คือแมงมุมทารันทูล่า มีขนาดใหญ่ แต่มีพิษน้อยไม่อันตราย การจะแยกว่าแมงมุมชนิดใดมีพิษร้ายแรง คนทั่วไปอาจจำแนกได้ยาก ให้สังเกตอาการหลังได้ รับพิษ ถ้าชั่วโมงแรกมีตุ่มบวมแดง หลังจากนั้นเริ่มขยายขึ้น มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ ให้รีบมาพบแพทย์" ผู้เชี่ยวชาญด้านพิษสัตว์กล่าว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น